มติสำคัญของสภานิติบัญญัติโรตารี ประจำปี 2010
(2010 COL Voting Results)

เมื่อปลายเดือนเมษายน 2010 ที่ผ่านมาได้มีการประชุมสภานิติบัญญัตินิติบัญญัติโรตารี(Council on Legislation)
ซึ่งมีมติที่สำคัญๆ ออกมาหลายมติ ผมจึงขอนำมาเสนอโดยเรียงลำดับตามที่ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในความสนใจต่อมวลมิตร
โรแทเรียน และจะมีผลต่อทิศทางของโรตารีในอนาคตข้างหน้า
1)แก้ไขบริการสี่แนวทางเป็นบริการห้าแนวทางด้วยการมีบริการเยาวชนขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะ(To add a fifth Avenue of Service:New Generations Service)
จากเดิมที่เรามีบริการสี่แนวทาง(Four Avenue of Service)หรือที่เราเรียกกันเล่นๆในเวลาบรรยายในการฝึกอบบรมว่า”สี่เสาเทเวศร์” คือ บริการสโมสร(Club Service) บริการอาชีพ(Vocational Service) บริการชุมชน (Community Service) และ บริการต่างประเทศ(International Service) มาอย่างยาวนาน สภาฯได้มีมติแก้ไขมาตรา 5 ของธรรมนูญมาตรฐานของสโมสรโรตารี(Standard Rotary Club Constitution,Article5) ด้วยคะแนนเฉียดฉิว 263 ต่อ 250 ให้แยกบริการเยาวชนจากเดิมที่อยู่ในบริการชุมชนมาเป็นบริการที่ห้า คือ บริการชนรุ่นใหม่(New Generations Service)ขึ้นมาเป็นการเฉพาะโดยเน้นไปที่เยาวชน(youth)และคนหนุ่มสาว(young adults)
2),แก้ไขคำขวัญที่สองของโรตารีเป็น One Profits Most Who Serves Best(To amend the RI secondary motto)
ดังที่เราทราบกันทั่วไปแล้วว่าโรตารีเรามีคำขวัญหลัก คือ Service Above Self(บริการเหนือตนเอง) และคำขวัญรองหรือคำขวัญที่สอง คือ He Profits Most Who Serves Best(ผู้ที่ได้กำไรมากที่สุด คือ ผู้ที่บริการดีที่สุด) ซึ่งต่อมาได้ถูกแก้ไขในการประชุมสภาฯเมื่อปี 2004 เป็น They Profit Most Who Serves Best เพราะแต่เดิมใช้ He เพราะโรแทเรียนมีเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ต่อมามีผู้หญิงขึ้นในคราวประชุมปี 1989 ที่สิงคโปร์ จึงเปลี่ยนจาก He เป็น They แต่ต่อมาในคราวประชุมสภาฯเมื่อปี 2007 ได้มีมติขอให้คณะกรรมการบริหารโรตารีสากลพิจารณาแก้ไขจาก They เป็น He/She แทน และล่าสุดสภาฯก็มีมติแก้ไขเป็น One Profits Most Who Serves Best ด้วยเหตุผลที่ว่าคำว่า one นั้นเป็นกลางทางเพศและสับสนน้อยกว่า he/she (“one” is gender-neutral and less confusing than “he/she”)อีกทั้งยังสื่อถึงการกระทำที่เป็นปัจเจกบุคคลมากกว่า(also coveys individual actions)
3)แก้ไขข้อบังคับโรตารีสากลให้มี E-clubs(To provide for e-clubs)
สภาฯได้มีมติแก้ไขมาตรา 1, 2,6,9,15 และ 20 ของข้อบังคับโรตารีสากล(Bylaws of Rotary International,
Article 1,2,6,9,15 and 20) ให้มี E-clubซึ่งหมายถึงสโมสรที่การประชุมผ่านทางการสื่อสารอิเล็กโทรนิกส์(A Rotary club that meets through electronic communications)โดยแต่ละภาคจะมีE-club ได้เพียงภาคละ 2 สโมสรเท่านั้น จำนวนขั้นต่ำของสมาชิกหรือข้อจำกัดในประเภทอาชีพก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการก่อตั้งสโมสรใหม่ทั่วไปเพียงแต่ชื่อสโมสรจะใช้ว่า “Rotary E-Club of……..”เขตพื้นที่ก็ใช้ว่า “www………..” การประชุมก็เหมือนปกติคือกำหนดวันเวลาหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์เพื่อสามารถโต้ตอบกันได้โดยประกาศไว้บนหน้าเว็บไซต์(The meeting shall be considered as held on the day that the interactive activity is to be posted on the Web site) การประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการหรือ นายกฯก็เหมือนทั่วไปคือไม่เกิน วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี
4)เปลี่ยนแปลงกำหนดการประชุมเจ้าหน้าที่สโมสรและการอบรมสัมมนานายกรับเลือก(To change when district assemblies and presidents-elect training seminars should be held)
มีการแก้ไขมาตรา 15 ของข้อบังคับโรตารีสากล(Bylaws of Rotary International,Article15)เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาที่จะอบรมเจ้าหน้าที่สโมสรให้เร็วขึ้นจากเดิมเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมเป็นมีนาคมหรือเมษายนหรือพฤษภาคม และเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาที่จะอบรมสัมมนานายกรับเลือกจากเดิมเดือนมีนาคมเป็นกุมภาพันธ์หรือมีนาคม
5)ทบทวนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารโรตารีสากลที่จะเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของภาค(To revise the board’s authority to change district boundaries)
มีการแก้ไขมาตรา 15 ของข้อบังคับโรตารีสากล(Bylaws of Rotary International,Article15)ให้คณะกรรมการบริหารโรตารีสากลสามารถยุบหรือเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของภาคตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2012 ใด้ หากภาคใดมีจำนวนสโมสรน้อยกว่า 33 สโมสร(เดิม 30) หรือมีโรแทเรียนน้อยกว่า 1,200 คน(เดิม 1,000 คน) จากข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2009 มีจำนวนประมาณ 70 ภาคที่อยู่ในข่ายดังกล่าว ซึ่งของไทยเรานั้นมีภาค 3340 และ 3360 ที่มีจำนวนโรแทเรียนที่ค่อนข้างเฉียดฉิวคือประมาณภาคละ 1,200 คน
6)แก้ไขบทบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นการขาดประชุม(To amend the provisions for excused absences)
มีการแก้ไขมาตรา 9 ของธรรมนูญมาตรฐานของสโมสรโรตารี(Standard Rotary Club Constitution) โดยแต่เดิมนั้นผู้ที่มีอายุตัวกับอายุของการเป็นสมาชิกโรตารีรวมกันตั้งแต่ 85 ปีขึ้นไปสามารถขอใช้สิทธิ์ยกเว้นการขาดประชุมได้โดยการทำหนังสือถึงเลขานุการสโมสรและคณะกรรมการบริหารสโมสรให้การรับรอง โดยเพิ่มให้ต้องเป็นผู้ที่มีอายุตัวตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปด้วย แต่ผู้ที่ใช้สิทธินี้ไม่สามารถเป็นเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการบริหารในสโมสรนี้ได้(the age of the member is 65 and above and the aggregate of the member’s years of age and years of membership in one or more clubs is 85 or more and the member has notified the club secretary in writing of the member’s desire to be excused from attendance and board has approved.However,any member whose absences are excused under this provision shall not be eligible to serve as an officer or dirictor of this club)
7)เพิ่มค่าบำรุงโรตารีสากลต่อหัว(To increase per capita dues)
มีการแก้ไขมาตรา 17 ของข้อบังคับโรตารีสากล(Bylaws of Rotary International,Article17)โดยแต่เดิมปัจจุบันค่าบำรุงครึ่งปีของปี 2010-2011คนละ US$25.00(ปีละ US$50.00)เปลี่ยนเป็นค่าบำรุงครึ่งปีของปี 2011-2012คนละ US$25.50(ปีละ US$51.00) ค่าบำรุงครึ่งปีของปี 2012-2013คนละ US$26.00(ปีละ US$52.00) และค่าบำรุงครึ่งปีของปี 2013-2014 คนละ US$26.50(ปีละ US$53.00) ซึ่งก็หมายความว่าเพิ่มปีละ US$1เหมือนเดิม
จากที่ได้นำบางส่วนจากจำนวน 219 ญัตติที่มีทั้งผ่านและไม่ผ่านซึ่งก็รวมทั้งการถอนญัตติด้วย จะเห็นได้ว่าโรตารีเรามีการเปลี่ยนแปลงไปโดยลำดับ ซึ่งอาจจะถูกใจเราบ้างไม่ถูกใจเราบ้างเพราะโรแทเรียนเรามีมากกว่า 1.2 ล้านคนย่อมต่างความคิดกันไป แต่ที่แน่ๆก็คือหากองค์กรใดยังหยุดอยู่กับที่ก็เปรียบเสมือนการถอยหลังนั่นเอง และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมเชื่อว่าหากโรตารีเรายังอยู่ในรูปแบบเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วไซร้ อีกไม่เกิน 50 ปีโรตารีเราคงถึงคราวล่มสลายเป็นแน่แท้
แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่าโรตารีเรามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอที่เห็นได้ชัดก็คือ E-clubsและการเปลี่ยนแปลงวิธีการอีกหลายๆอย่าง เช่น วิธีการเสนอชื่อผู้ว่าการภาคหรือจำนวนคณะกรรมการเสนอชื่อประธานโรตารีสากลเป็นซึ่งมีรายละเอียดมากไม่สามารถนำมากล่าวได้หมด ท่านสามารค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของโรตารีสากลซึ่งมีรายละเอียดอยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
อนาคตโรตารีอยู่ในมือท่านครับ
ชำนาญ จันทร์เรือง
ผู้ว่าการภาครับเลือก ภาค 3360
ปี 2011-2012